5 เมืองที่มีโอกาสจมน้ำก่อนปี 2100


อุณหภูมิโลกพุ่งสูง ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้เมืองชายฝั่งหลายเมืองทั่วโลกแห่งเริ่มเผชิญกับน้ำท่วมบ่อยครั้งขึ้น แม้จะดูเป็นส่วนเล็กๆ ในแผนที่รวมแล้วไม่เกิน 10% แต่เมืองที่ใกล้ฝั่งเหล่านี้มีประชากรอยู่หนาแน่นสูง อาจะมีประชากรรวมแล้ว 40% เลยทีเดียว 
หากสถานการณ์ยังคงเป็นอยู่แบบนี้ หลายเมือง 5 เมืองต่อไปนี้อาจจะจมอยู่ใต้น้ำภายในเพียง ปี 2100 เท่านั้น

1.จาการ์ตา,อินโนนีเซีย
A man drives a motorcycle through sea water as high tide hits Muara Baru fishing port in Jakarta, Indonesia, December 5, 2017.
พื้นดินในจาการ์ตา เมืองหลวงประเทศอินโดนีเซีย แห่งนี้จมน้ำไปถึง 6.7 นิ้วต่อปี เป็นหนึ่งในเมืองที่อัตราการจมน้ำเร็วที่สุดในโลก พื้นที่ส่วนใหญ่มีโอกาสอยู่ใต้น้ำในก่อน ปี 2050 นอกจากเป็นเมืองชายฝั่งแล้วยังประสบปัญหาการใช้น้ำบาดาลเกิดขนาด จนทำให้เกิดดินทรุดด้วย
ล่าสุดทางรัฐบาลอินโดเนเซีย ได้ประกาศแผนย้ายเมืองหลวงจากกรุงจาการ์ตา ไปยังจังหวัดกาลิมันตันหรือที่รู้จักกันอีกชื่อคือเกาะบอร์เนียว สาเหตุนึงก็มาจากป้องกันน้ำท่วมซ้ำซากที่เกิดขึ้นบ่อยในเมืองแห่งนี้

2.ลากอส,ไนจิเรีย
People crowd a street at the central business district in Nigeria's commercial capital Lagos ahead of Christmas December 23, 2016.
เมืองใหญ่ที่สุดอันดับที่ 2 ของทวีปแอฟริกา อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลประสบปัญหาน้ำเซาะแผ่นดิน และระดับน้ำทะเลสูง จากปัญหาภาวะโลกร้อน งานศึกษาในปี 2012 พบหากน้ำทะเลสูงขึ้นเฉลี่ย 3 ถึง 9 ฟุต ลากอสมีโอกาสเสี่ยงที่สูงที่จะเผชิญภัยพิบัติขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการว่าก่อนปี 2100 น้ำทะเลในโลกจะสูงขึ้น 6.6 ฟุต

3.ฮูสตัน,สหรัฐอเมริกา
Interstate highway 45 is submerged from the effects of Hurricane Harvey seen during widespread flooding in Houston, Texas, U.S. August 27, 2017. REUTERS/Richard Carson     TPX IMAGES OF THE DAY - RC1BA1656450
เมืองในรัฐเท็กซัสแห่งนี้ เป็นที่รู้จักกันจากการเป็นเมืองที่ตั้งของนาซ่า มีอัตราการจมน้ำอยู่ที่ 2 นิ้วต่อปี จากการใช้น้ำบาดาลมากเกินไป และฮูสตันเป็นเหยื่อของภัยพิบัติการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างกะทันหัน บ่อยครั้งที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อย่างเฮอริเคนฮาร์วี่ย์เมื่อปี 2017 ที่ทำให้ 30,000 คนต่อไร้ที่อยู่อาศัย

4.ธากา,บังคลาเทศ
Vehicles are seen at Kawran Bazar roundabout in Dhaka, Bangladesh, June 22, 2017. REUTERS/Mohammad Ponir Hossain - RC1A31CF9320
ประเทศบังคลาเทศสร้างแก๊สเรือนกระจก 0.3 % จากการปล่อยแก๊สเรือกระจกทั้งหมดในโลก แต่เป็นประเทศที่ได้รอบผลกระทบจากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นมากที่สุด บังคลาเทศเป็นประเทศหนึ่งที่ต้องเผชิญกับภัยน้ำท่วมซ้ำซาก มาตลอดหลายสิบปี รัฐบาลสูญเสียงบประมาณไปหลายพันล้านในการช่วยเหลือและป้องกัน
ภายในปี 2050 มีโอกาสที่ 17% ของธากาเมืองหลวงบังคลาเทศจะจมอยู่ใต้น้ำ ทำให้ประชาชนประมาณ 18 ล้านคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย

5.กรุงเทพ,ไทย
ทุกๆ 1 ปีเมืองหลวงของไทยแห่งนี้ มีอัตราจมน้ำอยู่ที่ 1 เซนติเมตร และคาดว่ากรุงเทพจะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ในปี2030 ประชากรมากกว่า 10 ล้านคนต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
คาดว่าหากอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น 4 องศาเซลเซียส กรุงเทพอาจจมอยู่ใต้น้ำ จากการที่ระดับน้ำทะเลที่มีระดับสูงขึ้น เช่นเดียวกับเมืองชายฝั่งอื่นๆหลายเมืองทั่วโลก



อ่านเรื่องเก่าใน Z-World