2 สุภาพสตรี ผู้ยืนประจันหน้า หุุ่นยนต์สังหาร


ในงานฉลองการได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ของJody Williams จากที่เธอเป็นนักรณรงค์ยุติการใช้ทุ่นระเบิดสนาม จนส่งผลสะท้อนให้หลายประเทศยกเลิกการผลิตและใช้ไปแล้ว Mary Wareham ผู้ร่วมทำงานรณงรงค์กับเธอได้เข้ามาคุยกับ Jody ว่ายังมีงานใหม่ที่ต้องเริ่มทำ

เหมือนออกมาจากภาพยนตร์แนวไซไฟ ที่นานาประเทศมีกองทัพหุ่นยนต์ของตัว พวกมันใช้อัลกอริทึมในการระบุตัวเป้าหมาย สามารถแยกใบหน้าผู้คนได้ในเพียงเสี้ยววินาที มันยิงคุณได้ก่อนที่คุณจะทันกล่าวปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนด้วยซ้ำ การพัฒนาหุ่นยนต์ในใลกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทั้งในวงการแพทย์ การศึกษา ตลาดแรงงาน และการทหารที่นานาชาติเริ่มพัฒนาหุ่นยนต์สงครามอย่างแข่งกันอย่างจริงจัง การที่จะเห็นหุ่นยนต์สังหารห่ำหั่นกันในสมภูมิรบจึงไม่ใช่เรื่องภาพในอนาคตอันไกลอีกต่อไป
การหยุดการฆ่าฟันด้วยหุ่นยนต์ ไม่เหมือนภาพยนตร์คนเหล็ก terminator แต่เป็น Jody Williams กับ Mary Wareham ที่ยืนอยู่แนวหน้าของสงครามสมองกล เพื่อหยุดพวกมัน โดยการผลันตัวมาเป็นนักรณรงค์ต่อต้านการพัฒนาหุ่นยนต์สังหาร โดยเฉพาะ  lethal autonomous weapons systems (LAWS) หรือระบบหุ่นยนต์สังหาร อาวุธอัตโนมัติที่ปราศจากการบังคับโดยมนุษย์ ที่เป็นหมุดหมายสำคัญที่นำไปสู่กับสร้างหุ่นยนต์สังหารได้จริง และะนานาชาติทั้งสหรัฐ รัสเซีย อิสราเอล ที่เริ่มมีภาพออกมาให้เห็นว่าพวกเขาสามารถใช้พวกมันทำงานได้แล้ว
มันกระทบกับพวกเราแน่นอน ถ้าเราไม่หยุดมัน Jody กล่าว จากประสบการณ์ที่เธอเคยต่อต้านทุ่นระเบิดมาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเวียดนาม ซึ่งเธออธิบายว่า หุ่นยนต์สังหารพวกนี้จะเดินซ้ำรอบกับทุ่นระเบิด ที่เมื่อการมีการผลิตออกมาจำนวนมาก มันจะกระจายไปหลายประเทศทั่วโลกอย่างรวดเร็วเหมือนที่ทุ่นระเบิดเคยเป็นมาแล้ว

259 นักวิทยาศาสตร์และนักพัฒนา AI จากมากกว่า 50 ประเทศทั่ว เคยออกมาประกาศคว่ำบาตรต่อการพัฒนาหุ่นยนต์สังหาร และเมื่อล่าสุดรัฐสภายุโรปได้มีมติให้แบน lethal autonomous weapons systems (LAWS) โดยผ่านการเห็นชอบจากสมาชิกมากกว่าร้อยละ 80 ซึ่งในมติเรียกร้องให้สมาชิก “เริ่มเดินหน้าเปิดเจรจาระหว่างประเทศ เกี่ยวกับเครื่องมือทางกฎหมายที่มีผลผูกพันในการยับยั้งอาวุธอัตโนมัติ” แต่แม้จะมีการประชุมระดับประเทศหารือเรื่องนี้อย่างจริงจังอยู่หลายครั้ง และมีการเรียกร้องมากมาย แต่ก็ยังไม่มีข้อตกลงระดับโลกที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนออกมา
Jody Williams และ Mary Wareham  จึงมีการตั้งกลุ่ม “Campaign Stop Killer Robot” (CSKR) ที่มากกว่า 100 องค์กรใน 54 ชาติ ร่วมทำงาน เพื่อไปให้มากกว่าการเรียกร้อง โดยมีเป้าหมายจะผลักดันให้มีการออกสนธิสัญญา หยุดการผลิตหุ่นยนต์สังหารภายในปี 2021 ที่มีปัญหาอยู่กับชาติมหาอำนาจ อย่างสหรัฐฯ จีน รัสเซีย ที่ไม่ขยับเรื่องนี้

ในปี 1977 อนุสัญญา ออตโตวา ถูกลงนามโดย 120 ชาติทั่วโลก เพื่อยกเลิกการผลิตและใช้ทุ่นระเบิด Jody ย้อนให้ฟังว่าเกิดจากการจราจรล๊อบบี้กันภายนอกยูเอ็น จากประเทศทีละประเทศจนกลายเป็นการล้อมกรอบประเทศใหญ่ๆ นำมาสู่ อนุสัญญา ออตโตวา ที่ปัจจุบันมีชาติที่มาร่วมลงนามมากว่า 160 ชาติแล้ว

การรณรงค์หยุดหุ่นยนต์สังหาร Jody ก็มองว่าจะต้องใช้วิถีการเดียวกัน ที่ผ่านมามีการประชุมพูดคุยในสหประชาชาติมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ในทางปฏิบัติก็ยังไม่มีข้อตกลงลายลักษณ์อักษรออกมา ทาง CSKR จึงหมดหวังกับการรวมประชุมระดับชาติแบบนี้  Jody และ Wareham ลอบบบี้ยิสต์คนอื่นๆจึงหันไปมุ่งพูดคุยกับชาติตะวันตกนอกรอบเป็นรายๆไป
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ robot killer berlin

โดยมุ่งเป้าไปที่เยอรมัน หวังจะให้เป็นประเทศผู้นำที่จะพลักดันให้เกิดข้อตกลงระดับนาๆชาติ ในการประชุมครั้งต่อๆไป ซึ่งเยอรมันมีท่าทีในเชิงบวกมากที่สุด อย่างรัฐมนตรีต่างประเทศที่เป็นกังวลกับประเด็นนี้เคยกล่าวว่าหุ่นยนต์สังหาร ไม่มีไรมากไปกว่าการทำร้ายมนุษยชาติ  และในเบอร์ลินของเยอรมันก็เป็นเมืองที่มีความก้าวหน้า ในการแบนหุ่นยนต์สังหาร เพราะนักการเมืองหลายคนในเยอรมันเองก็มีความคิดไปในทางเดียว จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นประเทศแรกที่แบนหุ่นยนต์สังหารในประเทศตัวเอง เป็นตัวอย่างให้กับชาติอื่นในยุโรป และสู่เวทีโลกกลายเป็นข้อตกลงระดับชาติได้

ทาง CSKR เลยได้ระดมสมาชิกไปยังเมืองเบอร์ลิน เพื่อรณรงค์หาเสียงสนับสนุนจากคนในเมือง หวังจะเป็นตัวจุดประกายไปยังพื้นที่อื่นๆ โดยมีองค์กรที่เป็นเจ้าของหุ่นยนต์ที่เป็นมิตร (Friendly robot) นำหุ่นยนต์เหล่านั้นไปเป็นมาสคอตต์ในการรณรงค์


อ่านเรื่องเก่าใน Z-World