หมดยุคถ่านหิน? เมื่อพลังงานทางเลือกเสนอตัวเป็นทางรอดใหม่ของโลก ที่ถูกขึ้นเรื่อยๆ





ปัญหาของโลกยุ่งเยิงวุ่นวายไปหมด โดยเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังจะทำให้โลกเราไม่สามารถอยู่อาศัยได้แล้ว หากเราไม่ร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ อย่างที่เคยนำเสนอเรื่องการเกษตรไปแล้ว ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ อีกสิ่งหนึ่งที่กำลังพูดคุยอย่างหนักเพื่อจะเปลี่ยนแปลงคือ พลังงาน
การผลิตพลังงานแบบเดิมของโลกเติมโตขึ้นพร้อมการพัฒนาอุตสาหกรรม ทั้งพลังงานฟอสซิล อย่างน้ำมัน หรือแก๊ส ไปจนถึงถ่านหิน ที่เป็นแหล่งพลังงานหลักของโลกในปัจจุบัน ปัญหาหลักของพลังงานเหล่านี้คือการทำลายสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในยุคสมัยที่การตะหนักถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ จึงมีความพยายามลดพลังงานแบบเก่าลง แล้วพยายามเพิ่มพลังงานทางเลือกที่เป็น พลังงานสะอาด อย่างโซล่าเซลล์ กังหันลม ชีวมวล แต่พลังงานทางเลือกเหล่านี้ยังถูกตั้งคำถามอยู่ว่าจะเข้ามาแทนที่ของพลังงานแบบเดิมได้หรือไม่ ทั
การอยู่ในประเทศที่ยังใช้พลังงานแบบเก่าเป็นหลักอาจจะยังนึกภาพไม่ออก ว่าพลังงานทางเลือกจะถูกใช้เป็นพลังงานหลักของประเทศได้อย่างไร ซึ่งปัจจุบันพลังงานทางเลือกมีสัดส่วนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จนคาดว่าอีกไม่นานอาจสามารถเลิกใช้พลังสกปรกแบบเก่าได้
ในประเทศออสเตรเลีย ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าปกติ Green Energy Markets ได้มีการเปิดเผยตัวเลขที่น่ายินดีว่า พลังงานทางเลือกจากโซล่าเซลล์ผลิตไฟฟ้าให้ประเทศได้มากกว่าแก๊สและถ่านหินเป็นครั้งแรก หลังมีการปิดโรงไฟฟ้าเก่าแก่ Hazelwood พลังงานโซล่าเซลล์ก็สามารถเข้ามาทดแทน กำลังไฟฟ้าที่ขาดหายไปได้ ยิ่งในช่วงเวลา 11.30 นาฬิกา ถึง 17.30 ที่โซล่าเซลล์ป้อนไฟฟ้าเข้าระบบได้มากกว่าแก๊ส 128% และมากกว่าถ่านหิน 23% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพลังงานทางเลือกสามารถทดแทนได้พลังงานแบบเก่าได้อย่างมั่นคง
การผลักดันพลังงานทางเลือกไม่ได้เป็นแบบภาพใหญ่ในทิศทางเดียวกันทั่วโลก แต่เกิดขึ้นในเฉพาะพื้นที่เท่านั้น ส่วนใหญ่จะเกิดจากการผลักดันจากภาครัฐเป็นส่วนใหญ่ ในสหรัฐอเมริกาการเข้ามาของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในตำแหน่งประธานาธิบดี เป็นเหมือนฝันร้ายของคนรักสิ่งแวดล้อม นอกจากจะไม่มีนโยบายสิ่งแวดล้อม ไม่เชื่อเรื่องClimate change แล้ว ยังประกาศว่าจะใช้พลังงานถ่านหินต่อไป “Trump digs coal”

สวนทางกลับรายงานในสหรัฐเอของ “Energy innovation” ที่ใช้ข้อมูลทางการเงินเข้ากับ ข้อมูลการผลิตไฟฟ้า พบไตรมาตรที่ของ 3 ปีที่แล้ว ในอัตราการผลิตเท่ากัน คือ กิกะวัตต์นั้น พลังงานทางเลือกอย่างลมหรือโซล่าเซลล์ มีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่าถ่านหิน แม้ว่าจะไม่มีนะโยบายที่หนุนเสริม เราก็เริ่มจะได้เห็นการเกษียณอายุของถ่านหินเร็วขึ้นเรื่อยๆ” Mike O’Boyle ผู้ร่วมเขียนรายงานชิ้นนี้กล่าว โดยคาดว่าจะได้เห็นว่าพลังงานที่สะอาดจะสามารถใช้งานได้ในราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ และจะไปถึงจุดจบของยุคสมัยพลังงานจากถ่านหิน
ซึ่งเป็นเทรนด์ทั่วโลกที่พลังงานทางเลือกเริ่มจะมีราคาถูกลง ด้วยสาเหตุต่างๆอย่าง มีการแข่งขันทางราคาที่มากขึ้น การส่งเสริมของภาครัฐ เทคโนโลยีใหม่ๆเริ่มเข้ามา และประสบการณ์ของนักผู้พัฒนาพลังงานที่มีมากขึ้น แหล่งพลังงานต่างๆ พลังงานลง แสงแดดชีวมวล ต่างสามารถผลิตไฟฟ้าได้จำนวนมากขึ้นต่อค่าใช้จ่ายเท่าเดิม The International Renewable Energy Agency (IRENA) ได้ทำการศึกษาราคาของพลังงานทางเลือกเหล่านี้ คาดการณ์ว่าในปี 2020 โลกจะสามารถผลิตพลังงานทางเลือกได้ในราคาที่ถูกกว่าพลังงานแบบเดิม

พื้นที่โดดเด่นเรืองนี้พลังงานทางเลือกมักจะเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมืองที่สูง อย่างในยุโรปที่มีหลายรัฐที่พัฒนาด้านนี้ ให้มีสัดส่วนพลังงานทางเลือกที่สูง การตระหนักรู้ให้ความสำคัญเรื่องนี้ มาจากประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม อย่างภาวะโลกร้อนที่เป็นวาระใหญ่ที่ต้องแก้ไข สืบเนื่องจาก ความตกลงปารีส Paris agreement คือ ความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อกำหนดมาตรการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ที่สหภาพยุโรปนำมากำหนดเป็นเป้าหมายหลักตามความตกลง ให้มีพลังงานหมุนเวียนอย่างน้อย 27% ก่อนปี 2030 เพื่อลดการปล่อนคาร์บอนไดออกไซด์
เป็นสาเหตุหนึ่งในที่มีการเติบโตของพลังงานทางเลือกในรัฐของยุโรปจำนวนมาก การใช้พลังงานหมุนเวียนในสหภาพยุโรปมีสัดส่วนกว่า 15% ของปริมาณการบริโภคพลังงานสุทธิ (gross final energy consumption) เติบโตมากขึ้นมาตั้งแต่ปี 2005 มาแล้ว แม้ไหนรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมาการเติบโตนี้จะหดตัวลงอย่าน่าใจหายจากภาวะเศรษฐกิจ และมีเรื่องการเมืองเขามาเกี่ยวข้อง
แต่พบว่าปัจจุบันมี มีถึง 11 ประเทศจาก 28 ชาติสมาชิกของสหภาพยุโรป ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนพลังงานทางเลือกสูงกว่าเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว ได้แก่  Bulgaria, Croatia, Czech Republic, Denmark, Estonia, Finland, Italy, Hungary, Lithuania, Romania และ Sweden
โดยประเทศมีสัดส่วนพลังงานทางเลือกมากที่สุดคือ Sweden 54.5% ตามมาด้วย Finland 41% และ Denmark  35% ทำให้เห็นว่าพลังงานทางเลือกในโลกไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม


https://www.theguardian.com/environment/2019/mar/25/coal-more-expensive-wind-solar-us-energy-study

อ่านเรื่องเก่าใน Z-World