7 คำทำนายวันสิ้นโลกที่ไม่เป็นจริง



โลกใบนี้ผ่านทั้งโรคร้ายมสงคราม ภัยพิบัติต่างๆ นอกจากนั้นยังผ่านความตื่นตระหนกของการทำนายว่าโลกจะถึงคราวสิ้นสุด ครั้งแล้วครั้งเล่าจากทั้งนักศาสนาหรือนักวิทยาศาสตร์แต่มันก็ยังไม่เคยเป็นจริงเสียที

Mark Your Calendars ...
 1 วิลเลียม มิลเลอร์ 23 เมษายน 1843
ชาวนาผู้หนึ่งในเมืองนิวอิงแลนด์ สหรัฐอเมริกานามว่า William Miller ได้ใช้เวลาศึกษาพระคัมภีร์ไบเบิลอย่างจริงจัง จนได้สรุปว่าพระเจ้าทรงเลือกวันที่จะทำลายล้างโลกว่า อยู่ระหว่างวันที่ 21 เดือนมีนาคน 1843 - 31 มีนาคม 1844

ต่อมาเขาสั่งสอนผู้คนมากมาย และตีพิมพ์สิ่งที่เขาสอนเพื่อเผยแพร่ จนมีสาวกที่รู้จักกันในชื่อ  Millerites อยู่หลายพันคน และเหล่าสาวกนี้ก็ตัดสินให้วันที่ 23 เมษายน1843 เป็นวันสิ้นโลก หลายคนขายและส่งมอบสิ่งของที่พวกเขาครอบครองด้วยคิดว่าไม่จำเป็นอีกต่อไป แต่เมื่อวันที่กำหนดมาถึงแล้วพระเยซูก็ไม่ได้กลับมา คนเหล่านี้ก็สลายกลุ่มกันไป แต่บางคนก็ออกไปตั้งกลุ่มชื่อ Seventh Day Adventists ที่ยังคงรอคอยการกลับมาของพระเยซูอีกครั้ง 

2.ไข่ไก่แห่งลีดส์ ปี1806
ในประวัติศาสตร์มีการอ้างว่าพระเยซูจะกลับมายังโลกอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นหนึ่งครั้งที่สร้างความฮือฮาให้อังกฤษมาก คือเหตุการณ์ The Prophet Hen of Leeds ที่มีแม่ไก่ฝักไข่ออกมาพร้อมข้อความว่า "Christ is coming" องค์เยซูกำลังจะมา กลายเป็นเรื่องใหญ่ในเมืองลีดส์ ที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว แต่สุดท้ายกับพบมีชาวบ้านที่สงสัยในเรื่องนี้แล้วเข้าไปดูแล้วพบว่า ไข่คำทำนายนั้นเกิดขึ้นจะการใช้สารเคมีกัดเป็นตัวอักษร ฝีมือของ แมรรี่ เบตแมน นักทำนายอนาคตชื่อดังเจ้าของแม่ไก่นั้น

3.ดาวห่างฮัลเลย์ 1910
ในปี 1981 นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวห่างที่เต็มไปด้วยก๊าซพิษ ไซยาโนเจน ให้ชื่อมันว่า ฮัลเลย์ แรกๆการค้นพบไม่ได้รับความสนใจมากนัก เหมือนกับดาวหางนับล้านดวงบนฝากฟ้า จนมีการคำนวณทิศทางโลกและฮัลเลย์กำลังมีทิศทางพุ่งเข้าหากันในปี 1910 จึงมีการคิดกันว่าหากมันพุ่งมาหาโลกจริงๆสารพิษพวกนั้นจะเทลงมาบนโลก ความหวาดกลัวแพร่กระจายไปอย่างมากจนมีการนำไปออกหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ แต่สุดท้ายก็มีนักวิทยาศาสตร์ออกมาบอกว่าไม่มีอะไรต้องกลัวทั้งนั้น

 4.Y2K 1 มกราคม 2000
.ในช่วงที่โลกกำลังเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ กับมีการข่าวลือไม่ดี ผู้คนจำนวนมากเริ่มวิตกกังวลว่า คอมพิวเตอร์อาจนำหายนะมาสู่โลก จากสิ่งที่เรียกว่า “Y2K” ย่อมาจาก Year 2000 เป็นปัญหาในระบบคอมพิวเตอร์ ที่มีคนสังเกตเห็นว่าคอมพิวเตอร์จำนวนมากอาจไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างปี 2000 และ 1900 ได้ ไม่มีใครแน่ใจเลยว่านั่นจะเกิดอะไรขึ้น แต่หลายคนก็ชี้ให้เห็นหายนะใหญ่หลวงที่อาจจะเป็นได้ทั้งไฟดับครั้งใหญ่ ไปจนถึงหายนะทำลายโลกจากนิวเคลียร์ แต่สหัสวรรษใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นด้วยความขลุกขลักเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
 

5.คำทำนายแห่งนอสตราดามุส กรกฎาคม 1999
 มิเชล เดอ นอสตราดาม หรือนอสตราดามุส หมอดูที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 15 เป็นคนแม้จะตายไปแล้ว แต่กลับมามีผู้คนสนอกสนใจ เอาสิ่งที่เขาเขียนทิ้งไว้มาตีความซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในรูปแบบต่างๆ การตีความที่โด่งดังที่สุดคือ “ปี 1999 เดือนที่ 7 เจ้าแห่งความสยองขวัญจะมาจากฟ้า” และผู้ที่ศรัทธาในนอสตราดามุสได้ขยายความตื่นตระหนกนี้ออกไปว่าเป็นวันสิ้นสุดของโลก

6.ปฎิทินชาวมายัน 21 ธันวาคม 2012
ชาวมายัน อารยธรรมแถบอเมริกากลางที่ล่มสลายไปแสนนานแล้ว แต่สิ่งที่คนรุ่นหลังค้นพบเกี่ยวกับพวกเขาคือความสามารถในการคำนวณ แม้จะอยู่ในยุคสมัยที่ไม่มีเครื่องมือ แล้วเป็นอาณาจักรที่ไม่ได้รุ่งเรื่องมากมานักเมื่อเทียบอารยธรรมอื่นๆทั่วโลก แต่พวกเขาสามารถคำนวณหาจำนวนปีบนดาวศุกร์ จำนวนปีบนโลกได้อย่างเหลือเชื่อ จนมีการค้นพบว่าปฎิทินโลกที่ชาวมายันคำนวณไว้สิ้นสุดที่ปี 2012 จึงการเป็นคำทำนายที่มีชื่อเสียงมากอย่างหนึ่ง จนมีการนำเอาไปสร้างเป็นภาพยนต์ฮอลลีวูด

7.วันพระเจ้าพิพากษา 1982
นาย  แพต โรเบิร์ตสั ผู้สอนศาสนาคริสต์ ชื่อดังที่มีรายการทีวีของตัวเอง เป็นผู้ก่อตั้งพันธมิตรคริสเตียน ปี 1980 เข้าได้ประกาศสิ่งที่ตกตะลึง ผ่านทางรายการของเขา โดยบอกว่าตัวเขาเองรู้แล้วว่าโลกจะแตกวันไหน  “ผมรับรองได้ว่าพวกคุณจะจากไปก่อนสิ้นปี 1982 ซึ่งจะมีการพิพากษาโลก”  แต่ก็ถูกวิจารณ์ว่าขัดแย้งกับหลักศาสนาที่บอกว่าไม่มีใครสามารถงล่วงรู้วันพิพากษาได้ แล้วก็เหมือนเดิมว่าโลกไม่แตกครับ

อ่านเรื่องเก่าใน Z-World