ครบรอบ 7 ปี สึนามิถล่มญี่ปุ่น: ชะตากรรมของผู้สูงอายุ


ที่เขตชินโตนะในจังหวัดมิยางิ เวลาบ่ายสามกว่า ๆ คำพูดสุดท้ายของ ฮารุมิ วาตานาเบะ ต่อพ่อแม่ของเธอเป็นคำวิงวอนอันสิ้นหวังที่อยากให้ “อยู่ด้วยกัน” ในขณะที่คลื่นสึนามิกระแทกเข้าหน้าต่างและเขมือบบ้านของครอบครัวนี้ด้วยน้ำ, โคลน, และซากปรักหักพัง

เธอรีบไปช่วยพ่อแม่ทันทีที่เกิดแผ่นดินไหวราวประมาณ 30 นาทีก่อนที่คลื่นยักษ์จะโจมตี “ฉันปิดร้านขายของของฉันและขับรถกลับบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” วาตานาเบะเล่า “แต่ไม่มีเวลาพอที่จะช่วยพวกเขาได้ พ่อแม่แก่และอ่อนแอเกินกว่าที่จะเดิน ฉันจึงไม่สามารถพาพวกท่านไปในรถได้ทันเวลา”

สามีภรรยาวัยชรายังคงติดอยู่ในห้องนั่งเล่นเมื่อคลื่นกระแทกบ้าน แม้ว่าทั้งสามจะจับมือกันไว้ อันเป็นความรู้สึกที่หนักหนามาก พ่อแม่ได้หลุดจากมือของลูกสาว คนหนึ่งกรีดร้องว่า “หายใจไม่ออก” ก่อนที่คลื่นจะลากพวกเขาไป

วาตานาเบะถูกทิ้งให้เอาชีวิตรอดเพียงลำพัง “ฉันยืนอยู่บนเฟอร์นิเจอร์ แต่น้ำขึ้นมาถึงคอแล้ว มีเพียงพื้นที่แคบ ๆ ใต้เพดานให้ฉันได้หายใจ ฉันคิดว่าฉันจะตาย”

วาตานาเบะเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่คนที่รอดชีวิตที่เขตชินโตนะ อันเป็นเมืองชายฝั่งที่อยู่ใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหวใต้ทะเลที่ทำให้เกิดสึนามิครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นแผ่นดินไหวครั้งที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลขึ้นมา และเป็นหนึ่งในครั้งที่สร้างหายนะมากที่สุด

ญี่ปุ่นในขณะนั้นภาคภูมิใจกับการเป็นประเทศที่อายุขัยเฉลี่ยของประชากรสูงที่สุดในโลก ซึ่งผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชนบท โดยเขตชินโตนะเป็นหนึ่งในนั้นและยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีบ้านพักคนชราของจังหวัดมิยางิ - คิโยโกะ คาวานามิ ผู้จัดการบ้านพักแห่งหนึ่งกล่าวว่า (ขณะนั้น) เธอสามารถยืนยันได้เพียงว่ามีผู้สูงอายุ 20 จาก 90 คนเท่านั้นที่ปลอดภัย “เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา สึนามิซัดเข้ามาขณะที่เรากำลังพยายามทำการอพยพ” เธอกล่าว

คาวานามิอพยพคนชราไปยังที่กำบังสำหรับเหตุฉุกเฉินที่โรงเรียนประถมโนบิรุ (Nobiru) ได้เพียงกลุ่มเดียว “ขากลับที่จะไปรับผู้สูงอายุอีกรอบ ฉันต้องติดแหง็กอยู่กับปัญหาจราจร มีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ผู้คนตะโกนให้ฉันออกจากรถแล้ววิ่งขึ้นเนินเขา มันช่วยชีวิตฉันไว้ได้ นอกจากเท้าเปียก ฉันก็ไม่เป็นอะไรเลย”

ทางการท้องถิ่นหลายแห่งระบุว่า คนอายุไม่มากสามารถหนีออกไปได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการแจ้งเตือนเรื่องสึนามิ แต่สำหรับผู้สูงอายุ มันยากที่จะวิ่ง “มีคนชราอยู่ที่นี่จำนวนมาก เรามีการฝึกซ้อมอพยพหลายครั้ง แต่พวกเขาไม่สามารถมายังจุดนัดพบได้ทันเวลา สึนามิลูกนี้เกินความคาดหมายของพวกเรา” จิโระ ไซโตะ ประธานกรรมการเพื่อการรับมือภัยพิบัติของเขตชินโตนะ กล่าว

อนึ่ง เหตุการณ์นี้เรียกว่า The Great East Japan Earthquake หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Tōhoku-chihō Taiheiyō Oki Jishin เป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวอันบ้าคลั่งระดับ 9.0 - 9.1 แม็กนิจูด เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 14:46 น. ตามเวลาท้องถิ่นในวันที่ 11 มีนาคม 2011 ใต้ทะเลทางภาคตะวันออกของญี่ปุ่นและตามมาด้วยคลื่นยักษ์สึนามิ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 15,894 ราย และสูญหายอีกถึง 2,546 คน


-Z-

โดย Tanandawn Chompusi ที่มาข้อมูล The Guardian: 'The tsunami just swept my parents away' (13/3/2011) และ Wikipedia: 2011 Tōhoku earthquake and tsunami


 -สนับสนุนโดย-

อ่านเรื่องเก่าใน Z-World