'เหมืองแร่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม' สร้างประโยชน์ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

ที่มาภาพประกอบ: mining.com

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เดินหน้าขับเคลื่อนการทำเหมืองแร่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ผนึกทุกภาคส่วน ผู้ประกอบการ ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือสร้างเครือข่ายให้แข็งแรง ภายใต้กรอบการดำเนินงานตามข้อกำหนดและกฎหมายที่ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายวิษณุ ทับเที่ยง รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยเมื่อปลายเดือน ธ.ค. 2560 ว่าอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เป็นหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ในฐานะอุตสาหกรรมต้นน้ำที่ผลิตวัตถุดิบป้อนให้กับภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ ก่อให้เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมภายในประเทศ หากแต่การประกอบการเหมืองแร่อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการใช้ประโยชน์พื้นที่และสิ่งแวดล้อม จึงต้องมีการบริหารจัดการที่ดี เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแร่มีความคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจและสังคม ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมหรือส่งผลกระทบน้อยที่สุด ดังนั้น สถานประกอบการเหมืองแร่จึงต้องดำเนินการตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องและเคร่งครัด โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ดังนี้

1.การทำเหมืองและการใช้ประโยชน์พื้นที่ภายในเขตประทานบัตรต้องเป็นไปตามแผนผังโครงการทำเหมืองที่กำหนดไว้ เช่น การทำเหมืองลักษณะขั้นบันได การรักษาความปลอดภัยจากการใช้วัตถุระเบิด เป็นต้น

2.การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการเว้นพื้นที่ทำเหมืองบริเวณพื้นที่กันชนการทำเหมือง (Buffer Zone) การจัดสร้างคันทำนบดินคูระบายน้ำ และบ่อดักตะกอน การเก็บกองเปลือกดิน การจัดสร้างโรงโม่หินให้เป็นระบบปิด การติดตั้งระบบสเปรย์น้ำเพื่อลดฝุ่นละออง และการปรับปรุงสภาพเส้นทางสาธารณะที่ใช้ประโยชน์ในการขนส่งแร่ให้ปลอดภัย การตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านคุณภาพอากาศ ระดับเสียง ความสั่นสะเทือน และคุณภาพน้ำ อย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น

3.การดูแลชุมชน ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของชุมชน รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบพื้นที่เหมืองแร่

4.การดูแลรักษาสุขภาพของพนักงานและชุมชนรอบเหมือง โดยการให้ความรู้ด้านสุขภาพอนามัยและการตรวจสุขภาพประจำปีให้แก่พนักงาน รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนเฝ้าระวังสุขภาพ เพื่อตรวจสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนรอบพื้นที่เหมืองแร่

5.การฟื้นฟูสภาพแวดล้อม โดยปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่ที่ผ่านการทำเหมืองแร่แล้วให้มีสภาพใกล้เคียงตามธรรมชาติมากที่สุด และสามารถนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เช่น พื้นที่แหล่งน้ำ สวนสาธารณะของชุมชน พื้นที่สวนป่า เป็นต้น

นอกจากสถานประกอบการเหมืองแร่ต้องปฏิบัติตามมาตรการฯ หรือเงื่อนไขการอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ยังต้องตระหนักและให้ความสำคัญต่อสังคม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพ ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนบริเวณใกล้เคียง รวมถึงการมีจิตสำนึกในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จึงมีการส่งเสริมให้สถานประกอบการเหมืองแร่ดำเนินกิจการภายใต้โครงการต่างๆ ของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ทั้งโครงการเหมืองแร่สีเขียว (Green Mining) โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมแร่ให้มีมาตรฐานสากลเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR-DPIM) ตลอดจนมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการประกอบกิจการเหมืองแร่อย่างเป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและการยอมรับของชุมชน โดยมุ่งหวังให้การประกอบกิจการเหมืองแร่ ตลอดจนอุตสาหกรรมพื้นฐานและอุตสาหกรรมต่อเนื่องสามารถอยู่ร่วมกับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

ปัจจุบันทุกภาคส่วนมีความตระหนักถึงความสำคัญด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นส่งผลให้หน่วยงานในระดับท้องถิ่นและภาคประชาชนมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการดูแลการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรแร่ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแร่จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีผลกระทบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยต้องอาศัยการมีส่วนร่วมและการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ และชุมชน

ที่ผ่านมาการดำเนินงานของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการกำกับดูแลสถานประกอบการให้ดำเนินการตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งส่งเสริมให้สถานประกอบการเหมืองแร่มีการประกอบการโดยให้ความสำคัญต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยการจัดตั้งกองทุนเพื่อดูแลด้านสุขภาพให้กับประชาชนใกล้เคียงและพัฒนาชุมชนโดยรอบเหมืองแร่ มีการจัดทำโครงการเหมืองแร่สีเขียว (Green Mining) การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ CSR-DPIM เพื่อให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) อีกทั้งมีการจัดตั้งเครือข่ายภาคประชาชนขึ้นเพื่อรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ทราบ เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบได้อย่างทันท่วงที โดยมุ่งเน้นให้การประกอบกิจการเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดการยอมรับของชุมชนต่อไป

-Z-

ที่มาข้อมูล: กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)

 -สนับสนุนโดย-


อ่านเรื่องเก่าใน Z-World