ญี่ปุ่นกับการจัดการภัยพิบัติ: การแก้ปัญหาน้ำท่วมในสมัยเมจิ


หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่าการฟื้นฟูเมจิ (Meiji Restoration)* ในปี 1868 ญี่ปุ่นได้พัฒนาอุตสาหกรรมขึ้นมาจำนวนมาก จึงต้องแสวงหาวิธีป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ และเพื่อใช้แม่น้ำเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า ญี่ปุ่นจึงได้จ้างวิศวกรชาวฮอลันดาที่ชื่อว่า Johannis de Rijke และ Cornelis Johannes van Doorn มาช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยฝรั่งสองคนนี้ใช้วิธีการของฮอลันดาในสมัยนั้น ด้วยการสร้างแนวดินเป็นคันกั้นน้ำที่ริมคลองซึ่งส่วนใหญ่ถูกขุดขึ้นในยุคเอโดะ (การขุดคลองเป็นวิธีแก้ปัญหาน้ำท่วมที่มีชื่อเสียงของยุคเอโดะ) และขุดลอกคูคลองโดยเอาพืชต่าง ๆ, สาหร่าย, ขยะ, โคลน ฯลฯ ออกไปจากคลอง เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกยิ่งขึ้น หลังจากนั้นการขนส่งทางน้ำก็ได้กลายเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจญี่ปุ่น

พอถึงช่วงทศวรรษ 1870 และ 1880 ก็เกิดปัญหาน้ำท่วมอีกโดยเฉพาะจากแม่น้ำสายใหญ่อย่าง แม่น้ำโยโดะ แม่น้ำโทเนะ และแม่น้ำคิโสะ ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นหลังจากที่ญี่ปุ่นได้พัฒนาระบบขนส่งด้วยรถไฟขึ้นมา อันนำไปสู่การขนส่งทางน้ำที่ลดลง จึงไม่ค่อยมีการขุดลอกคูคลอง จนต่อมาในปี 1896 จึงเกิดกฎหมายคาเซ็น (Kasen หรือ The River Law) อันเป็นกฎหมายด้านแม่น้ำฉบับแรกของญี่ปุ่น ซึ่งกรอบความคิดหลักของกฎหมายนี้เกี่ยวกับการบริหารจัดการแม่น้ำ รวมถึงการจัดการน้ำท่วม การใช้ประโยชน์จากน้ำ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของแม่น้ำ กฎหมายนี้ได้วางหลักการให้ระบายน้ำที่ท่วมออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยในทางปฏิบัติ เป็นการปรับปรุงคลองให้เป็นเส้นตรงและสร้างคันกั้นน้ำริมคลองให้สูงกว่าที่มีอยู่ เป็นวิถีทางหลักสำหรับการป้องกันน้ำท่วมของญี่ปุ่นในช่วงนั้น และเป็นวาระหลักของรัฐบาลในสมัยเมจิ (1868-1912) กฎหมายนี้ยังเป็นหลักการที่ใช้อย่างยาวนานเพราะกว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายนี้ครั้งแรกเวลาก็ผ่านไปหลายสิบปี คือแก้ไขครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1964

*หมายเหตุ: การฟื้นฟูเมจิ (Meiji Restoration) ในปี 1868 หรือเรียกอีกชื่อว่าการปฏิวัติเมจิ (Meiji Revolution) เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจาก จักรพรรดิโคเมะเสด็จสวรรคตในเดือนมกราคม ค.ศ.1867 แล้วบุตรของท่านก็ได้ขึ้นสืบราชสมบัติต่อจากพระราชบิดาในเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยวัยเพียง 15 ปี อันเป็นที่รู้จักกันว่า จักรพรรดิเมจิ จากนั้นจักรพรรดิเมจิได้ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลของโชกุนโทคุงาวะซึ่งก่อนถูกยึดอำนาจโชกุนผู้นี้มีอำนาจสูงสุดบนแผ่นดินญี่ปุ่น แล้วอำนาจสูงสุดก็กลับคืนสู่พระจักรพรรดิอีกครั้ง นับเป็นการสิ้นสุดของยุคซามูไร และญี่ปุ่นก็ได้ค่อย ๆ เปลี่ยนจากการปกครองแบบบังคับให้ทำงานเพื่อส่งส่วยให้แก่ผู้เป็นใหญ่ ไปสู่ระบบการแลกเปลี่ยนแรงงานกับค่าจ้างโดยสมัครใจหรือระบบทุนนิยมโดยอิทธิพลของโลกตะวันตก

-Z-



 -สนับสนุนโดย-

อ่านเรื่องเก่าใน Z-World