'Twin Oaks ' ชุมชนที่ 'พึ่งพาทุนนิยม' เพื่อหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตที่ 'ไม่ใช่ทุนนิยม'


บนพื้นที่ขนาด 1.8 ตารางกิโลเมตร ที่เขตลุยซา (Louisa County) ชนบทที่อยู่แถวกลาง ๆ ของรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ทุกวันนี้ผู้ใหญ่ 90 คนกับเด็ก 15 คนใช้ชีวิตร่วมกันในพื้นที่ที่ถูกเรียกว่า Twin Oaks เป็นหนึ่งในชุมชนฆราวาส (secular) หรือชุมชนที่เก็บศาสนาไว้เป็นเรื่องส่วนตัว และยังปฏิเสธวิถีชีวิตแบบทุนนิยม ที่นี่เป็นตัวอย่างชุมชนที่ยืนหยัดมานานที่สุดของสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1967 ปัจจุบันเป็นสมาชิกของสหพันธ์แห่งชุมชนเพื่อการพึ่งพากันอย่างเสมอภาค (Federation of Egalitarian Communities: FEC) ของสหรัฐอเมริกา ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1976

ปัจจุบัน FEC มีสมาชิกอย่างเป็นทางการที่นอกจาก Twin Oaks แล้ว ที่รัฐเวอร์จิเนียยังมีชุมชน Acorn และชุมชน Sapling อีกสองชุมชนที่รัฐมิสซูรี ไดแก่ East Wind กับ Sandhill และยังมีอีกหนึ่งที่รัฐโอไฮโอคือ The Midden

สำหรับค่านิยม Twin Oaks นั้น เชื่อในวิถีชีวิตที่ร่วมมือกัน แบ่งปัน ปฏิเสธความรุนแรง เสมอภาค และรักษาระบบนิเวศ

ตอนที่ก่อตั้งมีพื้นทีเพียง 0.5 ตารางกิโลเมตร บนฟาร์มต้นยาสูบ ด้วยสมาชิกก่อตั้งเพียง 8 คน โดยไม่มีใครที่มีประสบการณ์ด้านการทำฟาร์มมาก่อน โดยมีต้นคิดอย่าง Kat Kinkade ผู้เคยเขียนหนังสือเกี่ยวกับชุมชนลักษณะนี้ไว้ถึง 2 เล่ม ประกอบกับแรงบันดาลใจจากนวนิยายเรื่อง Walden Two ของ B. F. Skinner ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่พูดถึงสังคมอุดมคติรูปแบบหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงและแนวคิดของ B. F. Skinner ได้หายไปจาก Twin Oaks อย่างรวดเร็ว สองสามปีแรกชุมชนนี้ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักเมื่อจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเหล่าสมาชิกของชุมชนได้รับเบี้ยเลี้ยงในระดับที่พวกเขาไม่ค่อยพอใจ ทำให้บางคนเกียจคร้าน เอารัดเอาเปรียบ เนื่องจากเป็นการก่อตั้งชุมชนโดยไม่เคยมีการวางแผนเรื่องบริหารจัดการองค์กรมาก่อน ต่อมา Kinkade ผู้ก่อตั้งจึงได้นำความรู้ต่าง ๆ ด้านการบริหารองค์กรและแรงงานมาปรับใช้ นั่นทำให้ Twin Oaks สามารถอยู่รอดมาจนทุกวันนี้ ตัวอย่างวิธีที่ใช้ในปัจจุบัน เช่น ให้จำนวนชั่วโมงของงานทุกชนิด มีแต้ม (credit) เสมอภาคกัน

ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมชุมชนนี้ มีกติกาว่าจะต้องผ่านช่วงของการเป็นผู้เยี่ยมเยือน (visitor) ระยะเวลา 3 สัปดาห์ไปก่อน นอกจากจะได้ทัวร์ไปทั่วชุมชนแล้ว ผู้เยี่ยมเยือนยังจะได้สัมผัสประสบการณ์หลากหลายรูปแบบเหมือนได้เป็นสมาชิกไปแล้ว

ใครที่ตัดสินใจจะใช้ชีวิตที่ Twin Oaks นั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน เพราะสามารถเข้าร่วมได้ฟรี! ไม่มีใครสักคนที่ต้องจ่ายค่าที่พัก และไม่ต้องกังวลว่าจะมีการเรียกเก็บเงินค่าอะไรในภายหลัง เพราะไม่มีแน่นอน! ทุกคนย่อมได้รับสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานอย่าง ที่พัก เสื้อผ้า อาหาร การรักษาพยาบาล เพื่อเป็นการตอบแทนสำหรับ 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่สมาชิกได้ทำงานให้กับชุมชน

ตั้งแต่ปี 2011 Twin Oaks มีผู้จองคิวอย่างไม่ขาดสายที่จะมาเยี่ยมเยือน ดังนั้นผู้เยี่ยมเยือนคนไหนก็ตามที่ได้รับการยอมรับให้เป็นสมาชิกของที่นี่ ส่วนใหญ่จำเป็นต้องรอประมาณ 3 ถึง 9 เดือน

42 ชั่วโมงที่สมาชิกแต่ละคนต้องทำงาน มีทั้งงานที่เกี่ยวข้องกับการหารายได้เข้าชุมชน และงานทั่วไปของชุมชน ได้แก่ ทำสวน ปลูกผักเลี้ยงสัตว์ ประกอบอาหาร ซ่อมจักรยาน ซ่อมบำรุงที่พัก ทำความสะอาด และเลี้ยงเด็ก แต่ละสัปดาห์ส่วนใหญ่สมาชิกจะได้เปลี่ยนงานที่ทำไปเรื่อย ๆ ไม่ค่อยมีใครทำเพียงอย่างเดียวตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เกิน 42 ชั่วโมง จะถูกนำไปสะสมให้เป็นระยะเวลาสำหรับพักร้อนของสมาชิกคนนั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม สมาชิกสามารถออกไปประกอบอาชีพข้างนอก Twin Oaks โดยหลักปฏิบัติจะต้องนำรายได้มอบให้ชุมชน แต่สมาชิกประเภทนี้สามารถเก็บเงินบางส่วนไว้ส่วนตัว โดยชุมชนจะถือว่าเป็นค่าพักร้อน (vacation earnings) สำหรับสมาชิกคนนั้น ๆ
แม้ว่าที่นี่ไม่มีทีวี แต่ยังสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ทด้วยคอมพิวเตอร์ส่วนรวม โดยสามารถดูหนังและรายการทีวีย้อนหลังได้ บ่อยครั้งที่สมาชิกจะทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น เต้นรำ ทำสมาธิ พูดคุยถกเถียงเกี่ยวกับวรรณกรรม เล่นละครเพลง (musicals) เล่นบอร์ดเกม เป็นต้น

ชาว Twin Oaks มีความหลากหลายทางศาสนา อาทิ คริสเตียน, ผู้ไม่นับถือศาสนา (atheists), พุทธ, และอื่น ๆ เป็นประจำที่ชุมชนได้เป็นเจ้าภาพกิจกรรมทางศาสนาต่าง ๆ ที่คุ้นหูคนไทย เช่น งานเลี้ยงวันขอบคุณพระเจ้า หรือ Thanks Giving Dinners อีกงานที่จัดประจำคือ งานเลี้ยงวันก่อตั้งชุมชน 16 มิ..

สมาชิกแต่ละคนจะได้รับห้องนอนส่วนตัว นอกนั้นเป็นพื้นที่ส่วนรวม

รายได้ของ Twin Oaks มาจากการผลิต เต้าหู้, เปลญวน, รับจัดทำดัชนีหนังสือ (book indexing), และฟาร์มเพาะเมล็ดพันธุ์ ธุรกิจเหล่านี้ทำให้ในปัจจุบัน Twin Oaks มีรายได้ประมาณปีละ 6 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี โดยเงินจะถูกนำไปใช้เป็นค่าบำรุงรักษาชุมชน และซื้อสินค้าที่ชุมชนไม่ได้ผลิต รวมถึงจ่ายเบี้ยเลี้ยงรายเดือนให้สมาชิกได้นำไปใช้ส่วนตัว ส่วนใหญ่ผู้คนจะเอาไปซื้อของที่ไม่มีในชุมชน


เขามีอะไร?




แม้การอธิบายเรื่อง ecovillage ในโลกนี้จะไม่ได้มีเพียงแบบเดียว ความหมายที่เปลี่ยนไปตามองค์ความรู้ในแต่ละห้วงเวลาของประวัติศาสตร์ Twin Oaks ได้พยายามพิจารณามาเสมอที่จะดูว่าแบบไหนเป็นความยั่งยืนในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ecovillage เป็นคำที่ต้องการบ่งบอกถึงชุมชนที่มนุษย์เข้าไปตั้งถิ่นฐานเพื่อดำรงชีวิตอย่างจริงจัง โดยกิจกรรมต่าง ๆ ของคนที่นั่นจะต้องไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ส่งเสริมสุขภาพที่ดีของมนุษย์ และ Twin Oaks เสริมว่าชุมชนจะต้องสามารถดำเนินการต่อไปได้ในอนาคตที่ไม่แน่นอนได้

อย่างเรื่องที่เราทราบกันดีเพราะเป็นเทรนด์ของทุกวันนี้ เช่น ไม่ต้องมีจักรยานสำหรับทุกคนเพราะไม่มีใครขี่ตลอดเวลา จึงใช้ร่วมกัน, ยกเว้นห้องนอนกับของใช้ส่วนตัวแล้วพื้นที่และอุปกรณ์ทั้งหมดนั้นใช้ร่วมกัน, อะไรที่รีไซเคิลได้ก็รีไซเคิล อะไรใช้ซ้ำหรือ reuse ได้ก็ใช้ซ้ำ, รวมถึงเมื่อใดอากาศที่นั่นเย็น เกือบทั้งหมดของที่อยู่อาศัยใช้ฟืนจากต้นไม้ละแวกนั้นสร้างความอบอุ่น มีอาคารบางหลังที่ใช้ระบบ Passive Solar Heating ที่ใช้ประโยชน์จากแสงแดดในฤดูหนาวซึ่งจะส่องเข้าทางหน้าต่าง หน้าต่างกระจกและพื้นกระเบื้องจะเก็บความอบอุ่นจากแสงแดดไว้ได้

พวกเขายอมรับว่าโดยส่วนใหญ่ของที่นี่ยังคงใช้ไฟฟ้าปกติคือยังไม่ได้ใช้โซลาร์เซลล์มากนัก ที่ใช้ตอนนี้คือการทำน้ำร้อน/น้ำอุ่น

ด้านอาหารการกิน นับแต่ยุคเริ่มต้นก่อตั้ง Twin Oaks ที่พวกเขาใช้วิธีปลูกผักเลี้ยงสัตว์เองเพื่อเป็นอาหารด้วยวิถีออร์แกนิค (ตามองค์ความรู้ในสังคมของแต่ละช่วงเวลา) แม้พวกเขาไม่มีใบรับรองจากทางการว่าเป็นออร์แกนิค ยกเว้นเต้าหู้ที่ผลิตเป็นธุรกิจ

ด้านวัฒนธรรมนั้น Twin Oaks พยายามทำให้ความหมายของคำว่า ecovillage สมบูรณ์ขึ้น โดยมีหลักการพื้นฐาน ได้แก่ ปฏิสัมพันธ์กันด้วยความสุภาพ, ซื่อสัตย์, กริยามารยาทที่เป็นธรรมกับผู้อื่น (fair manner), ไม่ใช้ความรุนแรง, และพวกเขาไม่เห็นด้วยกับการแข่งขัน การแก้ไขความขัดแย้งเป็นคุณค่าอันดับต้น ๆ ของชุมชนนี้ พวกเขาพยายามขจัดการเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ เหยียดวัยวุฒิ

Twin Oaks ยังรับนักศึกษาฝึกงานที่จะได้เข้าไปใช้ชีวิตเหมือนเป็นสมาชิกของที่นี่จริง ๆ และเพื่อเป็นเจ้าหน้าที่สำหรับจัดการประชุมประจำทุกปีของชุมชนนี้ที่จะต้อนรับสมาชิกของเครือข่ายชุมชนลักษณะนี้จากที่อื่น ส่วนใหญ่จะมีผู้เข้าร่วมการประชุมครั้งละประมาณ 2 ร้อยคน และมีกิจกรรมประจำปีอีกหนึ่งคือ Women’s Gathering หรือกิจกรรมรวมตัวของสตรีที่เปิดให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับชุมชนลักษณะนี้ได้เข้ามาทำกิจกรรมร่วมกับคนในชุมชน

นอกจากนี้นักศึกษาฝึกงานยังจะได้ช่วยจัดกิจกรรมด้านความหลากหลายทางเพศที่เปิดให้บุคคลภายนอกเสนอโครงการเข้ามาเรียกว่ากิจกรรม Queer Gathering ที่ให้จัดในวันศุกร์ถึงอาทิตย์ โดย Twin Oaks อยากเห็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับอัตลักษณ์ของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (queer), รูปแบบความรักและวงจรความรักของ queer, สถานการณ์ความยุติธรรมทางเศรษฐกิจที่ queer เผชิญ, ความยินยอมพร้อมใจ, ความรุนแรงในครอบครัว ฯลฯ และยังสามารถเสนอกิจกรรมประเด็นอื่นที่เชื่อมโยงกับ queer เช่น แบ่งปันความสามารถทางเศรษฐกิจซึ่งกันและกัน, ความสามารถทางศิลปะ, กิจกรรมด้านสิทธิของคนผิวดำ เป็นต้น


Queer Gathering ยังเปิดให้ศิลปินด้านต่าง ๆ เข้ามาแสดงผลงาน เช่น วงดนตรี นักร้อง ดีเจ กวี นักเต้น หรือศิลปะอื่น ๆ ทั้งนี้ Twin Oaks มีกฎเหล็กว่า ห้ามแตะเนื้อต้องตัวกันโดยไม่ขออนุญาต

-Z-
โดย Tanandawn Chompusi เรียบเรียงจาก winoaks.org / wikipedia.org/wiki/Twin_Oaks_Community,_Virginia







อ่านเรื่องเก่าใน Z-World