‘กองเรือ: โรงเรียน-ห้องสมุด-คลินิก’ เพื่อ 'ผู้ลี้ภัยจากสภาพภูมิอากาศที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้ว' ใน 'บังกลาเทศ'

‘Climates Change Refugee’ หรือว่า ผู้ลี้ภัยจากสภาพภูมิอากาศที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้ว เป็นคำที่ถูกบัญญัติขึ้นเมื่อไม่นานนี้เอง ข้อมูลจากกลุ่มที่ปรึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ DARA ระบุว่ามีคนกว่า 5 ล้านคนทั่วโลกเสียชีวิตในปี 2010 ทั้งนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ ภาวะโลกร้อนที่เราคุ้นชิน เพิ่มขึ้นทุกปี และจำนวนผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ใน 10 ประเทศยากจน ซึ่ง บังกลาเทศเป็นหนึ่งในประเทศเหล่านี้

บังกลาเทศ ต้องเจอกับน้ำท่วมแทบจะทุกปีในช่วงฤดูมรสุม มีปริมาณน้ำฝนหนาแน่นเป็นอันดับต้นของโลก ภูมิประเทศของบังกลาเทศเกือบทั้งหมดเป็นที่ลุ่มต่ำ ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ได้รับอิทธิพลจากพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรอินเดียหรือที่เรียกว่า พายุไซโคลนอยู่เป็นประจำ ขณะเดียวกันดินแดนแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยแม่น้ำน้อยใหญ่มากถึง 230 สาย การเจอน้ำท่วมซ้ำซากจึงถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะผู้คนบริเวณปากอ่าวเบงกอล แต่ไม่ใช่กับน้ำท่วมที่กลืนผืนดินและบ้านเรือนไปอย่างถาวร พวกเขาจึงต้องปรับตัวและเรียนรู้ที่ต้องอยู่ร่วมกับน้ำ บังกลาเทศมีความหนาแน่นของประชากรในชนบทสูงที่สุดในโลก ความหนาแน่นของประชากร 1,174 คนต่อตารางกิโลเมตร แรงกดดันที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้ล้นเหลือเกินที่จะทำให้ทางเลือกน้อยสำหรับกลุ่มประชากรที่ยากจนที่สุด แต่จะย้ายไปยังพื้นที่ห่างไกลที่ไม่สามารถเข้าถึงได้เพื่อให้สามารถตั้งถิ่นฐานได้

ด้วยเห็นความสำคัญของการศึกษาของเยาวชนของชาติ สำนักนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลบังกลาเทศจึงมีมติจัดตั้งองค์กร Shidhulai Swanirvar Sangstha ไม่แสวงผลกำไร ขึ้นในปี 2002 เพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ Shidhulai ดำเนินการกองเรือ โรงเรียน, ห้องสมุด, คลินิกสุขภาพ และศูนย์ฝึกอบรมลอยน้ำที่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไร้สายจำนวน 54 ลำ ให้ประชาชน 97,000 คน ในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสามารถเข้าถึงได้ ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิทธิมนุษยชน การศึกษา รวมไปถึงการทำฟาร์มเกษตรกรอย่างยั่งยืนและมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเรียนรู้การใช้พลังงานแสงจากดวงอาทิตย์และการสื่อสารภายนอก

วัสดุของโครงการที่สร้างเรือเคลื่อนที่ ดัดแปลงมาจากวัสดุธรรมชาติที่หาได้จากท้องถิ่น เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันหรือเกิดพายุ เรือพวกนี้จะทำหน้าที่เคลื่อนย้ายไปให้บริการในพื้นที่เกิดเหตุได้ทันท่วงที ชาวบังกลาเทศมีผู้ที่ไม่ได้รับการศึกษาจากรัฐบาลถึง 40% และไม่มีที่ดินกว่า 31.5% จากประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มที่คนเหล่านี้จะได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศจนนำไปสู่การเกิดพายุและปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นจนไปถึงน้ำทะเลหนุน

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลภาวะ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในประเทศนี้ 100,000 คน ในปี 2010 และอีก 55 ล้านคน ได้รับผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ซึ่งถือว่าค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศ 148.7 ล้านคน ส่วนต้นทุนความเสียหายคิดเป็น 3.7% ของ GDP

รายงานของ DARA ประเมินว่า ในปี 2030 ผู้เสียชีวิตในบังกลาเทศจากภาวะโลกร้อนจะเพิ่มเป็น 150,000 คน และมีประชาชนอีก 70 ล้านคน ที่ได้รับผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ โดยเฉพาะเรื่องความอดอยากจากความไม่มั่นคงทางอาหารที่เพิ่มขึ้นเพราะสภาพอากาศที่เลวร้าย โดยในอีก 18 ปีข้างหน้า น่าจะมีประชาชนเสียชีวิตจากความหิวโหย 15,000 คน และกระทบผู้คนเป็นราว 15 ล้านคน
-Z-

โดย Donlawat Sunsuk ข้อมูลประกอบการเขียน http://www.shidhulai.org/ , http://www.creativemove.com/architecture/floating-school-bangladesh/ , http://daraint.org/climate-vulnerability-monitor/climate-vulnerability-monitor-2012/
Ads

อ่านเรื่องเก่าใน Z-World