ออกจากกรุงเทพกันเถอะ ถ้าแผ่นดินจะทรุดขนาดนี้!


รู้ไหมว่า 'กรุงเทพ-ปริมณฑลแผ่นดินทรุดตัวมากกว่าปีละ 2 เซนติเมตร และในบางพื้นที่ตั้งแต่ปี 2521-2551 มีระดับการทรุดตัวสะสมมากกว่า 1 เมตร เลยทีเดียว

กรุงเทพและปริมณฑลตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่ม ซึ่งมีชั้นดินเหนียวที่อ่อนและหนาปกคลุม แทรกสลับกับชั้นน้ำบาดาล จึงมีการทรุดตัวของพื้นดินตามปัจจัยภายใน คือการอัดตัวของดินอ่อนซึ่งเกิดตามธรรมชาติและปัจจัยภายนอก อันได้แก่ การใช้น้ำบาลดาล  การรับน้ำหนักจากสิ่งก่อสร้าง และการสั่นสะเทือนจากการจราจร เป็นต้น ซึ่งปัญหาแผ่นดินทรุดตัวถือว่าเป็นปัญหาสำคัญ และมีหลายหน่วยงานทำการสำรวจมาตั้งแต่ในอดีต

กรมแผนที่ทหาร สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ในอดีต) กรมทรัพยากรธรณี (ปัจจุบันคือกรมทรัพยากรน้ำบาดาล) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT: Asian Institute of Technology) เคยได้ทำการสำรวจในระหว่างปี 2521-2524  การสำรวจครั้งแรกนั้นพบว่ามีการทรุดตัวมากกว่าปีละ 10 เซนติเมตร จากนั้นได้มีการสำรวจอีกครั้งในปี 2527 ซึ่งข้อมูลจากการสำรวจที่นำโดยกรมแผนที่ทหารนี้นั้น เมื่อพิจารณาในภาพกว้างพบว่าพื้นที่ในเขตบางเขน บึงกุ่ม บางกะปิ ประเวศ สมุทรปราการ ช่วงตลอดระยะเวลา 30 ปี ตั้งแต่ปี 2521-2551 มีระดับการทรุดตัวสะสมมากกว่า 1 เมตร แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา การทรุดตัวค่อย ๆ ลดลงและมีความเสถียรโดยมีการทรุดตัวสะสมประมาณปีละ 2-3 เซนติเมตร ซึ่งเป็นผลจากการควบคุมการใช้น้ำบาดาลให้น้อยลง แต่กระนั้นก็ยังพบพื้นที่ที่มีอัตราการทรุดตัวมากกว่า 2 เซนติเมตรต่อปี ได้แก่ บริเวณมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด)บริเวณอำเภอเมืองสมุทรสาคร และบริเวณศาลากลางจังหวัดปทุมธานี เป็นต้น

'สูบน้ำบาดาลปัจจัยหลักทำ 'กรุงเทพทรุด'



กรุงเทพและปริมณฑลเริ่มใช้น้ำบาดาลอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2496 ทั้งด้านการอุปโภค บริโภค และอุตสาหกรรม เนื่องจากน้ำบาดาลมีต้นทุนต่ำทำให้มีการใช้ในปริมาณมาก เกินสมดุลตามธรรมชาติมาเป็นเวลานาน ทำให้หลายพื้นที่เกิดวิกฤต น้ำบาดาลมีปริมาณน้อยและแรงดันต่ำจนเกิดผลกระทบด้านแผ่นดินทรุด

อย่างในช่วงปี 2521-2525 มีการสูบน้ำบาดาลในปริมาณมหาศาล เนื่องจากระบบน้ำประปาผิวดิน ไม่สามารถขยายพื้นที่ให้บริการได้ทันอัตราการเติบโตของเมืองและอุตสาหกรรม ส่งผลให้เกิดแผ่นดินทรุดในอัตราที่สูงถึง 10 มิลเมตรต่อปี ซึ่งผลจากการติดตามระดับการทรุดตัวของดินโดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและกรมแผนที่ทหาร พบว่าการทรุดตัวของดินเกิดจากสาเหตุหลักคือการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้เกินกว่าค่าทดแทนโดยสภาพธรรมชาติ ทำให้สูญเสียแรงดันของน้ำใต้ดิน

ผลจากการทรุดตัวที่ปรากฏเด่นชัดควบคู่กับระดับน้ำบาดาลที่ลดลงต่ำเร็วมากก็คือ พื้นที่รามคำแหงและบางกะปิ ที่มีการทรุดตัวสะสมมากถึง 108 เซนติเมตร ในช่วงปี 2521-2550 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีอัตราการใช้น้ำบาดาลที่สูงมากจากการเติบโตและขยายความเป็นเมืองอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้การทรุดตัวได้กระจายตัวตามทิศทางของการขยายตัวของเศรษฐกิจและเมืองที่มีความต้องการใช้น้ำประปา แต่การขยายตัวของระบบน้ำประปาผิวดินยังไม่สามารถรองรับได้อย่างทั่วถึงทำให้ต้องใช้น้ำบาดาลเป็นหลัก พบว่าการสูบน้ำบาดาลจะสอดคล้องกับบริเวณที่มีความหนาแน่นของประชากร เช่น บริเวณหมู่บ้านจัดสรร เป็นต้น

ปัจจุบันข้อมูลจากสำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาลระบุว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวม 7 จังหวัด เป็นเขตที่ที่มีการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ในปริมาณที่มากเกินกว่าปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่ชั้นน้ำบาดาล ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดการทรุดตัวของแผ่นดินการแพร่กระจายของน้ำเค็มเข้าสู่ชั้นน้ำบาดาลการลดตัวลงของระดับน้ำในชั้นน้ำบาดาลและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ จึงต้องมีการควบคุมปริมาณการใช้น้ำบาดาล ซึ่งปริมาณน้ำบาดาลที่ใช้ในการควบคุมทั้ง 7 จังหวัดต้องไม่เกิน 1.25 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยกำหนดปริมาณรายจังหวัดดังนี้

ข้อมูลการใช้น้ำบาดาล อ้างอิงจากโครงการสำรวจสถานภาพบ่อน้ำบาดาล ศึกษากำหนดเครือข่ายบ่อสังเกตการณ์และประเมินการใช้น้ำบาดาลเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลของประเทศปี 2552 โดยประเมินการใช้น้ำบาดาลของประปาหมู่บ้าน/เทศบาล และบ่อน้ำตื้น ร้อยละ 50 ของข้อมูลโครงการฯ เนื่องจากปัจจุบันมีการอดกลบบ่อเป็นจำนวนมาก
** ข้อมูลบ่อน้ำบาดาลเอกชน ใช้ข้อมูลปริมาณน้ำ การใช้น้ำจริง ณ ธันวาคม 2557 โดยข้อมูลบ่อน้ำเอกชน ประเภทอุปโภค-บริโภค และเกษตรกรรม ที่ไม่เก็บค่าใช้น้ำบาดาล ทำการประเมินน้ำใช้จริงร้อยละ 50 ของปริมาณน้ำตามใบอนุญาต

จากมาตรการที่ผ่านมาทำให้บางพื้นที่เริ่มเกิดการคืนตัวของชั้นดินระดับลึกเนื่องจากการเพิ่มตัวของระดับน้ำใต้ดิน แต่การทรุดตัวที่ผิวดินยังเกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เนื่องจากการยุบอัดตัวของดินชั้นตื้นมีค่ามากกว่าการคืนตัวของดินชั้นล่าง และในอนาคตหากการเติบโตของเมืองและภาคอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลโดยที่ระบบน้ำประปามีจำกัด ไม่ทั่วถึง รวมทั้งปริมาณน้ำดิบจากแหล่งธรรมชาติอื่น ๆ ไม่เพียงพอ ก็อาจจะมีการใช้น้ำบาดาลเพิ่มสูงขึ้นอีก โดยมีการประเมินว่าในปี 2570 อัตราการสูบน้ำบาดาลในเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลจะเพิ่มเป็น 1,386,411 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งจะทำให้เกิดการทรุดตัวของพื้นดินยังมีต่อไปเฉลี่ยที่อย่างน้อย 1.07 เซนติเมตรต่อปีเลยทีเดียว

จากข้อมูลที่ได้นำเสนอมา ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะหาที่พักอาศัยใหม่ในต่างจังหวัด เพราะดูท่าทีกรุงเทพของเรายังคงจะทรุดตัวลงไปเรื่อย ๆ 
-Z-



Ads



อ่านเรื่องเก่าใน Z-World